Chanon's profileคำว่ารัก บอกให้ฟังกันได้...PhotosBlogListsMore Tools Help

Blog


    August 28

    ไปเชียงใหม่มา อยากจะเล่าเรื่องสนุกๆ เยอะๆ แต่ ...

     
     
    จริงๆ ไปเชียงใหม่ มาเมื่อวันที่ 25- 27 ส.ค มีเรื่องดีๆ และเรื่องแย่ๆ เกิดขึ้นหลายอย่าง
    ตั้งใจจะเอาเรื่องการตะลุยเมืองเชียงใหม่มาเล่าให้ฟัง .... แต่ ....
     
    อารมณ์ในขณะนี้ ยังไม่พร้อมที่จะเล่า
     
    สัญญากับทุกคน ว่า ถ้า มีอารมณ์เล่าเมื่อไหร่ ได้อ่านแน่นอน
    อยากจะถ่ายทอด ตอนที่มีอารมณ์พร้อมในการถ่ายทอด มันจะได้ ออกมาอย่างดีที่สุด
     
    ...
    ..
    ..
    ..
    ..
    สำหรับเรื่องราวที่เกิดขึ้น ...
    ฉันไม่โทษใครเลย...
    มันเป็นความต้องการของฉันเอง...
    ฉันไม่คิดโกรธเธอเลย ... และไม่ได้ทำให้ความรักที่มีต่อเธอลดลงด้วย...
    แค่คิดว่า เราจะเจอกัน ... ไปเพราะว่า จะเจอกัน
    แต่ถึงแม้ไม่ได้เจอ .. เพราะเหตุผลบางประการ..
    ฉันก็ไม่เสียใจอะไร...
    แต่ หากไม่สะดวกอะไร หรือไม่ว่าง ...
    ก็น่าจะบอกกันบ้าง .....
    เพียงแค่คำสั้นๆ ผ่านโทรศัพท์  ....
    ไม่กี่คำ .. ฉันเข้าใจ ..
     
    ทุกนาทีที่ฉันเดินทางไป ... ฉันคิดถึงเธอ
    ทุกนาทีที่ฉันตามหาเธอ ... ฉันคิดถึงเธอ
    แต่ตลอดเวลาที่ฉันตามหาอยู่ .. ไม่รู้ว่าเธอคิดถึงไหม
    ฉันไปแล้วจะลำบาก หรือสบาย ฉันไม่สน ขอให้เพียงได้พบแม้เพียงวินาทีเดียวก็ตาม ...
    แต่ฉันอยากให้เธอคิดถึงฉันสักนิด ว่าฉันมาแล้ว ...
     
    เข้าใจว่าเธออาจลืม ... เธออาจยุ่ง ... ฉันก็ไม่โทษเธอหรอก
    เพียงแต่ว่า ความตั้งใจฉันสูงไปหน่อย ... เพราะตั้งใจที่จะไปหา ...
    แต่ก็ต้องได้กลับมา แค่เพียงคำว่า .. อยู่คนเดียว ..
     
    ที่ฉันเป็นแบบนี้ตอนนี้ ไม่ได้โกรธ ไม่ได้โมโห ...
    แต่อารมณ์ที่มีและถ่ายทอดออกมา ณ เวลานี้
     
    มันเกิดมาจากอาการที่เรียกว่า
     
    "น้อยใจ"
     
     
    July 03

    ไม่สบายแต่นอนไม่หลับ ... กับหนังดีดี หนึ่งเรื่อง

    เช้าวันที่ 3 กรกฏาคม
    ส่งที่รักเข้านอน ก็ว่ากะจะนอนเร็วซะหน่อย แต่ด้วยความที่ว่า วันอาทิตย์ หลังกรำศึกหนัก
    จากการดูผลพลิกล็อกกับบราซิล - ฝรั่งเศส ทำให้นอนเกือบเช้า แล้วก็นอนยาว ยันเกือบเที่ยง กับตอนช่วงค่ำ แอบนอนอีกนิดหน่อย ทำให้คืนวันอาทิตย์ จนถึงเช้าวันจันทร์แบบนี้
    กลายเป็นไม่ง่วงเอาเสียเลย .....
    ไม่ได้ดู หนังใน UBC แบบเต็มๆ จบเรื่องมานานแล้ว วันนี้ก็เลยนั่งดูสักเรื่องสองเรื่อง
    เห็นมีฉายเรื่อง Anaconda 2  ซึ่งก็ดูจนจบ หนังชวนติดตามดี แต่ก็ตามสไตล์เดิม ไม่มีอะไรที่ดูหวือหวา มากนัก ก็กะว่าจะนอนละน๊า แต่ HBO ก็ดันมีหนังเรื่องนึง ที่จริงๆ แล้ว
    UBC (ไม่แน่ใจว่า HBO นี่แหละที่ฉายรึเปล่า เหมือนจะเคยฉายเมื่อปีก่อน) เคยนำมาฉาย
    เพราะว่าเคยนั่งดู แล้วจำฉากนึง (ฉากเปิดเรื่อง) ได้
    เอาละ บอกชื่อเรื่องก่อนละกัน
    ชื่อเรื่องที่ดูแล้วชอบ เรื่องนี้ก็คือ Mystic River
    เรื่องนี้ฉากเปิดเรื่องที่เคยดูแล้วอยากลองดูอีกก็คือ ในหมู่บ้านนึง (เมืองอะไรจำไมได้แล้ว)
    จำได้ว่า ชื่อถนน. เด่นๆ ในเรื่องคือ ถ.ซิดนีย์ (เรื่องเกิดในอเมริกา) เรื่องมีอยู่ว่า เด็กสามคน
    ชื่อว่า เดฟ จิมมี่ และณอน ชอบเที่ยวเล่นเมืองละแวกหมู่บ้านตามประสาเด็กซน และก็ไปเขียนจารึกชื่อเอาไว้ตรงทางเท้าแถวบ้าน ขณะที่เขียน นั้นเอง ก็มีรถยนต์สีดำคันหนึ่ง มาจอดแล้วมีชายชุดดำใส่สูทสองคน คนหนึ่งอยู่ในรถ อีกคนเดินออกมา ว่า เด็กทั้งสาม
    ว่าทำลายของหลวง (ประมาณนั้น) และเชิญเด็ก  1 ในสามคนนั้นเพื่อพาไปพบพ่อแม่เด็ก
    เพื่อว่ากล่าวตักเตือน เด็กทั้งสามเข้าใจว่าเป็นตำรวจ แต่จริงๆ แล้วชายสองคนนี้ เป็นคนโรคจิต ที่ชอบทำอนาจารเด็กโดยหลอกไปขังแล้วทำอนาจาร
    จุดหลักของเรื่อง ซึ่งเป็นข้อคิดเด่นสำหรับหนังเรื่องนี้ก็คือ 1 ในเด็กสามคนนี้ จะมีคนหนึ่งที่ถูกหลอกไปทำอนาจาร (ในเรื่องคือเดฟ) ซึ่งอาจจะดูไม่เกี่ยวกับหนัง แต่ถ้าใครดูเรือ่งนี้แล้ว คงจะรู้ว่าหนังมีอะไรหลอกเรา ตามประสาหนัง Triller ทั่วๆไป แต่มันมีข้อคิดอยู่ในหนังเรื่องนี้เยอะมากมาย ลองคิดดูว่า ถ้าคุณเป็นเด็ก 1 ในสามคน นั้น แล้วคุณจะเป็นคนเลือกที่จะไปกับรถที่พาตัวคุณไปทำอนาจารหรือป่าว (จริงๆ ก็ไม่รู้หรอกว่าเค้าพาไปไหน)
    เพราะหลังจากที่ เด็กชายเดฟ ถุกพาไปทำให้ชีวิตของเดฟ เปลี่ยนไปจริงๆ
    หนังเรื่องนี้ว่าถึง 25 ปีหลังเหตุการณ์ที่ เดฟ จิมมี่ และ ณอน ต่างก็มีวิถีชีวิตของตนเอง
    เดฟ (แสดงโดย Tim Robbins)หลังจากโดนทารุณทางเพศ ก็กลายเป็นคนที่สติเลอะเลือน สติเพี้ยนๆ ไป ๖แต่จริงๆ แล้วต้องดูให้จบ ไม่อยากบอกอะไรมาก) ณอน(แสดงโดย Kevin Bacon) ไปเป็นตำรวจ และจิมมี่ (แสดงโดย Sean Penn) เปิดร้านขายของชำอยู่ในเมืองเดิมที่เขาเคยอยู่ ทั้งสาม ต้องมาเจอกันอีกครั้ง โดยที่ทั้งสามคนพัวพันกับคดีของ ลูกสาวจิมมี่ที่โดนฆาตกรรม และมีณอน มาไขคดีครั้งนี้ให้ ... ส่วนเดฟ กลายเป็นผู้ต้องสงสัยในสายตาหลายๆคน  หนังเรื่องนี้ ผูกเรื่องชีวิตประจำวันของคน ความรัก และความไว้เนื้อเชื่อใจกัน และข้อคิดเชิงลึกหลายๆอย่าง
    เนื้อเรื่องต่อจากนี้ไม่เล่าดีกว่า หาดูเองรับรองว่า ใครเป็นแฟนหนังสไตล์ triller ละก็อาจจะชอบ ... ตัวหนังดำเนินเรื่องเรียบๆ ไม่ดูหวือหวา ไม่เร้าใจ แต่อยากให้ดู dialog ของหนัง การดำเนินเรื่อง การหักมุม แล้วคุณจะรู้ว่า หนังเรื่องนี้มีดีที่ตรงไหน (ใครไม่ใช่คอหนัง ไม่จำเป็นอย่าหาดูเลย)
    สำหรับใครที่คิดว่าจะดูควรจะเตรียมใจไว้สำหรับสิ่งเหล่านี้
    1. การพลัดพรากจากคนที่คุณรัก
    2. การสูญเสียชีวิตจิตใจของตัวเองไปสิ้นเชิง
    3. ความรักของพ่อที่สามารถทำทุกอย่างเพื่อแก้แค้นให้ลูก แม้ว่าจะต้องทำสิ่งที่ผิดๆ ลงไปก็ตาม
    4. ความซ้บซ้อนในการไขคดีฆาตกรรม
    จริงๆแล้ว หนังเรื่องนี้ เป็นนวนิยายมาก่อน โดยใช้ชื่อเดียวกัน คือ Mystic River เขียนโดย Dennis Lehane ซึ่งผ่านงานเขียน หลายชิ้นไม่ว่าจะเป็น Dead Soldiers  ซี่รีย์หนังทีวี(2004),Refugees  (หนังทีวีเหมือนกัน แต่ปี 2006), Gone, Baby, Gone (อันนี้ได้ชมเป็นหนังแน่ๆ ราวๆปี 2007 รู้สึก Ben Affleck เล่น และกำกับเองด้วย) , และเรื่องสั้นอย่าง Until Gwen (2006) ด้วย ส่วนเรื่อง Mystic River นี้ เป็นงานเขียนแรกๆของเขาเลย (เท่าที่หาข้อมูลได้จะเขียนในปี 2001 เดือนกุมภาพันธ์ ทำเป็นหนังประมาณปี 2003)
    ใครที่อ่านแล้วงงๆ ไม่ต้องตกใจ คนเขียนจะหลับละ เลยเขียนไม่ค่อยรู้เรื่องเท่าไหร่เอาเป็นว่า ทิ้งรายละเอียดหนัง (เท่าที่หามาได้ก็แล้วกัน) ส่วนหนังเรื่องอื่นๆ ถ้าเจอจะพยายามเขียนไว้ละกันนะ ติดตามๆ อ่อ แถมท้ายด้วยภาพจากหนังให้ดูกันนิดนึงละกัน
    ชื่อหนัง : Mystic River
    กำกับ    : Clint Eastwood
    บทภาพยนต์ : Brian Helgeland
    บทดั้งเดิม  : นวนิยายของ Dennis Lehane เรื่อง Mystic River
    ประเภทหนัง Genre: Drama / Crime / Mystery / Triller (หลายแนวจังวุ้ย)
    ความยาวหนัง : 137 นาที
    Genre: Drama / Crime / Mystery
    คำคมในหนัง :
    We bury our sins,Dave we wash them clean. (เราฝังบาปของเราที่นี่,เดฟ เราจะชำระล้างมันให้สะอาด) - คำคมตอนนี้ ต้องดูท้ายเรื่อง ดูแล้วเศร้าเลย เพื่อการแก้แค้นถึงกับยอมฆ่าเพื่อนซะงั้น T T
    The river has many depths. Let it wash over you. (แม่น้ำม้นลึกเกินหยั่ง , ให้มันได้ชำระล้างคุณบ้างเถอะ) -- ไม่ค่อยเข้าใจ แต่คำคมอันนี้ต่อเนื่องกันข้างบน (ฝรั่งเค้า ให้เครดิตเป็น Tagline ที่ดีที่สุดในหนัง)
    ฉากประทับใจ : จริงๆแล้วทั้งเรื่องนั่นละ แต่ชอบ Sean Penn แสดง เป็นตอนที่ Jimmy ที่ไปหา Dave เพื่อไปคุยอะไรบางอย่าง แล้วก็ร้องไห้เสียใจกับการจากไปของลูก เห็นแล้วรู้เลยว่าหัวอกคนเป็นพ่อแล้วลูกสาวต้องจากไป เป็นยังไง (อนาคตเรามีลูก มีครอบครัว ก็คงรักแบบนี้ละ ใครจะมาพรากลูกเมียไป คงไม่ยอม)
     
    นำแสดงโดย
    Sean Penn เป็น  Jimmy Markum (พ่อของจิมมี่ ตัวเด่น เรื่องนี้  Sean Penn เท่ดี)
    Tim Robbins เป็น  Dave Boyle (Tim เล่นเรื่องหน้าตาชวนโรคจิตจริงๆ เคยคอมเม้นท์หนังที่เค้าเล่นด้วย ก็ War of the wolrds ไง สงสัยเห็นเล่นเรื่องนี้แล้วเล่นดี เลยได้ เล่น war of the world ด้วย ที่เป็นคนออกแนวโรคจิต พยายามจะสู้กับมนุษย์ต่างดาว คงจำกันได้)
    Kevin Bacon เป็น Sean Devine (ตำรวจคนเก่งน่ะเอง)
    Laurence Fishburne เป็น  Sgt. Whitey Powers
    Marcia Gay Harden เป็น  Celeste Boyle
    Laura Linney เป็น  Annabeth Markum
    Kevin Chapman เป็น  Val Savage
    Tom Guiry เป็น  Brendan Harris (as Thomas Guiry)
    Emmy Rossum เป็น  Katie Markum (ลูกสาว จิมมี่ ที่ถูกฆาตกรรม)
    Spencer Treat Clark ....  Silent Ray Harris (ลูกชายแฮริส แอบคบกับเคธี่อยู่)
    Andrew Mackin ....  John O'Shea
    Adam Nelson ....  Nick Savage
    Robert Wahlberg ....  Kevin Savage
    Jenny O'Hara ....  Esther Harris
    ปล. ไอ้เราไม่ยอมนอนสักที เขียนสเปซเสร็จก็ 6.15 น.พอดี เดี๋ยวไปวิ่ง แป๊บ แล้วคงกลับมานอนงีบสักชม.ดีกว่า
    ปล.2 ส่งคนไปนอนตั้งนาน คงหลับปุ่ยแล้วละ ดันไม่สบายพร้อมกันอีก ยังไงก็หา
    ยเร็วๆ นะ เป็นห่วง (แต่ตอนนี้เป็นห่วงตัวเองก่อนดีมะเนี่ย ไม่สบายเหมือนกัน แต่เรื่องนี้ จิ๊บๆ เจี๊ยบๆ :p)  โชคดีวันจันทร์จัดรายการดึก ไม่งั้นมีหลับโชว์คาห้องจัด
    เอาละได้เวลาอันสมควรละบายๆ
    ลิงค์หนังตัวอย่าง
    http://www.imdb.com/title/tt0327056/trailers-screenplay-E19572-10-2
     
    June 15

    ใครกันหนอ นางในฝัน

    ไม่ได้อัพนานอีกละ ทำไมชอบอัพๆ แล้วปล่อยหาย คนมาเม้นท์ก็เลยน้อยๆลงไป
    เอาเป็นว่า ก็ยังคงสไตล์เดิมอ่ะแหละ
     
    เพลง: นางในฝัน
    นักร้อง : โน้ต สมัชญ์พล
    อัลบั้ม  : STEP1
    กับวันที่ว่างเปล่า  จมอยู่กับฝันที่ยาวนาน
    มีเพียงความเหงาในหัวใจเรื่อยมา
    * เฝ้าค้นหาสิ่งที่หัวใจต้องการ ปราถนาแต่เพียงแค่ได้พบเจอ
    สิ่งที่เพ้อที่ฝัน อยู่บนความจริงที่แสนไกล
    ** นางในฝัน ที่ฉันเฝ้ารอมานานแสนนาน ดั่งความหมายที่อยู่ในใจฉันเรื่อยมา
    เอื้อมมือคว้าเท่าไหร่ ไม่เคยได้เจอสักครั้ง
    *** แต่วันนี้เมื่อเธอผ่านมาในหัวใจ กลับได้พบว่าเธอคือสิ่งที่ใจฉันต้องการ
    โปรดเถอะนะคนดี ขอแค่เพียงโอกาสสักครั้ง .. ให้ฉันได้รักเธอ
    (ซ้ำ *,**,***)
    ********************************************************
     
    การที่เราจะค้นหาใครสักคน ที่จะมาเป็นคู่ชีวิตเรานั้น
    อาจจะพบกับอุปสรรคมากมาย
    อาจจะเจอคนที่คิดว่าใช่ แต่ที่สุดแล้ว ... อาจจะไม่ใช่
     
    แม้ว่าการเดินทางของความรัก ของใครหลายๆคน จะไม่ราบรื่น
    รวมถึงตัวผมเองก็ตาม
     
    แต่ถ้าคุณพบแล้ว แม้ว่าคนๆนั้น อาจจะไม่เหมือนกับ นางในฝัน ของใครหลายๆคนที่วาดฝันเอาไว้
     
    แต่หากคุณพบใครก็ตาม ที่คุณรู้สึกชอบหรือรู้สึกรัก ...
    ขอให้คุณ มั่นใจ เชื่อใจ และ รัก เขา ให้มากๆไว้ละกัน
    ถ้าเขาเป็นคนที่ใช่จริง คนที่ไม่เหมือน นางในฝัน
    อาจจะกลายเป็น ...นางในฝัน ที่อยู่บนความเป็นจริง
     
    ตัวผมเอง อาจจะกำลังเจอ หรือเปล่า ไม่รู้
    แต่สิ่งที่รู้ เราควรมอบความห่วงใย มอบความรัก ความเชื่อใจ
    ไม่จำเป็นต้องหวัง ว่าจะได้รับอะไรกลับมา
     
    คิดเพียงแต่ว่า เราให้ได้มากที่สุด เท่าที่เราให้ได้ ก็พอ
     
    ถ้าเค้าไม่หนีเราไปไหน เค้าคนนั้นนั่นละ
    จะเป็น นางในฝัน ของเราเอง
    May 09

    ว่าจะเขียน REVIEW MI:3 แต่เลื่อนก่อน ไม่มีอารมณ์

    ว่าจะเขียน REVIEW MI:3  แต่เลื่อนก่อน ไม่มีอารมณ์
     
    นั่งนึกถึงเพลงที่เศร้าๆ ตัดพ้อ
     
    .. แต่ก่อนเยอะ เพราะสมัยก่อนเป็นคนชอบติดอยู่กับอดีต
     
    เลยฟังเพลงอกหัก หรือเพลงเศร้าๆ มาเยอะ
     
    นึกไปนึกมา เจอเพลงนี้ หายากดีเหมือนกัน ถ้าอยากฟัง
     
    เพลงของ กีต้าร์ ปิยะบุตร
     
    มาดูเนื้อเพลงกันดีกว่า
     
     
     

    ไม่มีอีกแล้ว  ที่จะต้องเจ็บช้ำใจเพราะเธอ
    ไม่มีอีกครั้ง ที่จะต้องทนกับความเฉยชา
    กับคำว่ารัก ที่เธอเคยบอกให้ฉันเสียใจ
    หมดเลยทั้งใจ ที่ต้องมาเจ็บเมื่อเธอต้องไป

     

    * บอกกันอีกครั้งให้ฉันเข้าใจ  ว่าทำไมเธอจึงร้องไห้
    เมื่อเธอไม่แคร์เลย ไม่เคยสนใจเลย ก็เธอนั้นไม่เคย

    **มันคงไม่มีทาง ที่จะรักเธอดังเช่นวันก่อน

    อยากจะหนีให้ไกลแสนไกลจากคนไม่รักกัน ไม่รักกัน

    มันคงไม่มีทาง ที่จะให้เธอดั่งเช่นวันนั้น
    เพราะความรักที่เคยมีให้เธอ หมดไปเมื่อเธอนั้นเดินจาก

    กี่คำซ้ำซ้ำ ที่เธอพร่ำบอกย้ำรอยน้ำตา
    กับรักที่ไร้ค่า แม้วันเวลาไม่เลือนหายไป

     

    *,**,**

     

    เพราะความรักที่เคยมีให้เธอ หมดไปเมื่อเธอนั้นเดินจาก

     

    ปล. ขอบคุณแพนด้าต้อง ที่หาเนื้อเพลง มาให้ (จริงๆนั่งร้องและพิมพ์เอาก็ได้ แต่ขี้เกียจ)


     
     อยากหาฟังคลิกลิงค์นี้(ต้องมี Real Player)
     
    ปล.ลิงค์อาจตายแล้ว หากใครมีเพลงนี้ส่งมาเลยจะเก็บไว้ฟัง หายากมาก
    April 27

    การแต่งงาน ของเพื่อน และ ของเรา !!!!??

    :*:*:*:แต่งงาน (Will you marry me?):*:*:*:
    Artist: Moor

    จะเกิดอะไรไหม ถ้าหากใจฉันต้องการให้เธอ
    เป็นแดดยามเช้าที่สดใส ของฉันทุกวัน
    จะเกิดอะไรไหม ถ้าใจฉันขอให้เธอ
    ได้เฝ้ารอ โอกาสที่ฉันนั้นสัญญา
    เวลาที่คนหนึ่งนั้นมีความหมาย เป็นดังลมที่หายใจต่อกัน
    เป็นนาทีแห่งความฝัน ที่อยากขอให้อยู่และรับฟังเอาไว้
        สิ่งที่สวยงามอยู่ในคำถาม อยากให้รู้ใจ
    ว่าเธอคือคนเดียว ที่ฉันจะถามเธอ
    จะบอกความฝันที่สวยงาม ในยามที่เธอกับฉัน มีความหมาย
    เป็นดังลมที่หายใจต่อกัน เป็นนาทีแห่งความฝัน
    ที่อยากขอให้อยู่และรับฟังเอาไว้
    ที่ฉันจะถามเธอ จะเกิดอะไรไหม
    กับสิ่งที่ถามไป จะเกิดอะไรไหม
    จะเกิดอะไรไหม
    ************************************

    เข้าไปฟังเพลง ไปที่ลิงค์นี้
     
     
     ที่เริ่มต้น Blog แบบนี้ (หลังจากที่ไม่ได้เขียนมาหลายวัน)
    เนื่องจากเกือบๆ เย็นของวันที่ 26 เมษายน (เมื่อเย็นก่อนเขียน Blog)

    ตู๊ด .... ตู๊ดดดด .... (จริงๆ เป็นเสียงดนตรี)
    ดีเจคิชิ : ฮัลโหล หวัดดีครับ
    ?????? : เออ กูเอง
    ดีเจคิชิ : กูน่ะใคร
    ?????? : หิ ๆ
    ดีเจคิชิ : อ้อ ไอ้หิรึ ว่าไงวะ
    หิ (หรือเอ๋ วงคิวบ์) : เออ วันที่ 1... (ซ่า ๆๆ ฟังไม่ถนัด) มึงว่างป่าววะ
    ดีเจคิชิ : วันอะไรวะ มีไรรึ
    หิ (หรือเอ๋ วงคิวบ์) : เออ กูจะแต่งงานแล้ว
    ดีเจคิชิ : หา ! มึงอ่ะนะ
    หิ (หรือเอ๋ วงคิวบ์) : เออ
    ดีเจคิชิ : ทำไมแต่งเร็วจังหว่า
    หิ (หรือเอ๋ วงคิวบ์) : เออ กูมาชวน มึงพอจะว่าง เป็นพิธีกรให้กูไหม
    ดีเจคิชิ : โห อ่า.. ได้ได้
    ดีเจคิชิ : แล้วกูต้องเป็นคู่กับใคร
    ดีเจคิชิ : ต้องคู่กับผุ้หญิงอ่ะดิ
    หิ (หรือเอ๋ วงคิวบ์) : เออ ผู้หญิงเอาใครดีวะ
    ดีเจคิชิ : ไม่รู้ว่ะ ที่สนิทๆ ก็ไม่ค่อยสนิทกะมึงเท่าไหร่
    หิ (หรือเอ๋ วงคิวบ์) : เออ พวกเพื่อนเรา ก็ไม่สนิท พวกผู้หญิงอ่ะ
    ดีเจคิชิ : งั้นก็ลองดูเพื่อนๆ ที่ ABAC ก็ได้
    หิ (หรือเอ๋ วงคิวบ์) : มึงมีชุดยังวะ
    ดีเจคิชิ : มีชุดสูทตอนเป็นนักร้องประสานเสียง
    หิ (หรือเอ๋ วงคิวบ์) : เออ ดีดี
    หิ (หรือเอ๋ วงคิวบ์) : เอางี้ มึงเตรียมตัวละกัน เรื่องพิธีกรหญิงเด๋วกุจัดการเอง
    ดีเจคิชิ : เออ วันที่ 11 พค. ใช่มะ
    หิ (หรือเอ๋ วงคิวบ์) : 21 เว้ย  21 - -'
    ดีเจคิชิ : กำ (ได้ยินไม่ถนัดนี่หว่า)
    หิ (หรือเอ๋ วงคิวบ์) : เออ เดี๋ยวคุยเรื่องนี้อีกที
    ดีเจคิชิ : ได้ได้ เดี๋ยวจะไปหา ไปคุย
    หิ (หรือเอ๋ วงคิวบ์) : เออ มาบอกแค่นี้ละ
    ดีเจคิชิ : แล้วจัดที่ไหน (ไม่พ้น SC Park แหง)
    หิ (หรือเอ๋ วงคิวบ์) : SC Park
    ดีเจคิชิ : (ตูว่าแล้ว) แขกประมาณกี่คน
    หิ (หรือเอ๋ วงคิวบ์) : 200-300 คน
    ดีเจคิชิ : O_0!
    หิ (หรือเอ๋ วงคิวบ์) : อืม เตรียมตัวไว้ละกัน แค่นี้ก่อนนะ
    ดีเจคิชิ : ได้ได้ .. หวัดดีเว้ย
    หิ (หรือเอ๋ วงคิวบ์) : เออ หวัดดี...
    กริ๊ก ....
    เอาแล้วดิ เพื่อนสนิท ที่สุดคนนึง เตรียมสละโสด 21 พค. 49 นี้แล้ว
    เห็นเพื่อนกำลังเป็นฝั่งเป็นฝา ก็ดีใจ มันเตรียมตัวมีครอบครัว
    จริงๆ ไอ้เราก็เดาไว้แล้ว ว่ามันคงลงเอยกะคนนี้แน่ๆ
    [บุ้ง คือชื่อของผู้หญิง ที่หิหรือ เอ๋ คบอยู่ปัจจุบัน และคือคนที่จะแต่งงานด้วย
    ซึ่ง เป็นคนที่มันเคยชอบ เมื่อสมัยมัธยม แคล้วคลาดจะคบกันหลายที
    ไปหาประสบการณ์ด้านความรักกับคนหลายๆคน แต่ในที่สุด สองคนนี้
    ก็ต้องเป็นที่ใช้ชีวิตร่วมกันจนได้ นี่แหละที่เรียกว่า บุพเพอาละวาด]
    เอ๋ มันก็เป็นนักร้อง อ่ะนะ เดาไว้ว่า งานแต่ง มันต้องร้องเพลงให้แฟนเหมือนกัน
    แฟนคงจะซึ้งพิลึก ยิ่งเราได้รับหน้าที่สำหรับให้งานมันด้วย คงต้องทำหน้าที่ให้ดี
    ที่สุด ในฐานะ เราก็เคยเป็นเพื่อนสนิทของมันคนนึง
    ชีวิตการแต่งงาน เป็นสิ่งหนึ่งที่เกือบทุกคนที่ต้องเจอในอนาคตอย่างแน่นอน
    ด้วยความก่อตัวจากความชอบความพอใจ ของสองฝ่าย จนกลายเป็นความรัก
    .. สุดท้ายคำตอบของความรักทั้งสองฝ่าย นั่นคือการแต่งงาน
    คนสองคน แม้ หัวใจที่คอยสูบฉีดโลหิตเลี้ยงร่างกาย เป็นคนละดวงกัน
    แต่หัวใจในอีกความหมายของทั้งสองคนกำลังรวมเป็นหนึ่งเดียวกัน
    บทพิสูจน์สำหรับคนสองคนที่มากกว่าแค่กานเป็นแฟนกัน กำลังจะเริ่ม สำหรับพวกเขา
    ในฐานะเพื่อนขออวยพร ให้ทั้งคู่ มีความสุขในครอบครัว มากๆ ด้วยละกัน
    ย้อนมามองตัวเอง ... อายุเราน้อยกว่ามันปีเดียว ย่างเข้าเบญจเพศ แต่ก็ยังไม่มีแฟนสักที
    ไม่ใช่เรื่องมาก แต่อาจจะเพราะ เหตุผลหลายๆอย่าง อาจจะเพราะ คนที่เราเจอ เข้ากับเราไม่ได้
    รับอะไรบางอยางไม่ได้ หรืออาจจะแค่ผ่านมาเท่านั้น
    ก็ได้แต่มองดูว่า ใครจะเป็นคนที่เรารักที่สุด และเข้าใจกันมากที่สุด
    ในอดีต เป็นคนที่เรียกได้ว่ารักเดียว ใจเดียว แต่ด้วยการที่โดนอะไรหลายๆอย่าง จนมีคนทักว่า
    เป็นคน "อาภัพความรัก" นั้น ทำให้ช่วงหลังๆ ดูจะออกเป็นแนว ที่เราดูๆไปเรื่อยๆ หรือเรียกว่า
    "เผื่อเลือก" (ในความหมายของใครหลายๆคน แต่จริงๆ ไม่ชอบเลยการเผื่อเลือก เหมือนเป็นการไม่จริงใจ
    กับฝ่ายตรงข้าม อยากมองแค่คนเดียว) แต่จริงๆ แล้ว จะมีเพียงแค่คนเดียวที่เท่านั้น ที่อยากให้เป็นคนรู้ใจ
     ที่พูดเรื่อง อาภัพรักนั้น ไม่ได้หมายความว่าเราจะไม่มีคู่
    .... เพราะมนุษย์ทุกคนต้องมีคู่ ... เพียงแต่
    "คู่ชีวิตของเรา มักจะมาในเวลาที่เหมาะสม"
    ดังนั้น จึงคงยังต้องดูกันต่อไป
    ณ ตอนนี้ก็เรียกได้ว่า ดูๆ อยู่เหมือนกัน
    แม้ในใจลึกๆ ก็หวั่นๆ ว่า อาจจะเหมือนที่ผ่านๆมา พอเค้าเจอคนที่เค้าคิดว่าใช่ เค้าก็จะไป
    แต่อย่างไรก็ตาม ก็ทำได้แค่ "ทำตัวให้ดีที่สุด สำหรับเค้า " แค่นั้นพอ อนาคตเป็นอย่างไรนั้น
    ตัวแปรมันเยอะ ... คงต้องทำหน้าที่ของเราให้ดีที่สุดสำหรับเค้า
    การแต่งงาน สำหรับเจ้าเอ๋ และบุ้ง จะถึงอีกไม่กี่สัปดาห์ข้างหน้า
    แต่สำหรับ คนที่ชื่อ ชานนท์ ยังอีกยาวไกล
    ต้องหาซะก่อน
    หาคนที่รักเรา และเรารักเค้า
    .... ให้เจอ ......
    แต่ถ้าให้พูดงานแต่งงานตัวเอง
    ในงานแต่งงานตัวเอง เคยคิดเหมือนกันว่า อยากจะทำอะไรบ้าง
    คงหนีไม่พ้น การสารภาพความรักทั้งหมดกับคนที่เรารัก...
    รวมไปถึงสิ่งหนึ่งที่ชอบทำอยู่แล้ว
    นั่นก็คือ
    การร้องเพลงให้เจ้าสาว ในงานแต่งงานตัวเอง (เจ้าเอ๋ก็คงทำ เพราะมันเป็นนักร้องนี่หว่า)
    เคยคิดเล่นๆ หากเราต้องแต่งงานจริงๆ จะมีเพลงไหนน๊า ที่อยากร้องในงานแต่ง
    เท่าที่จำได้ ก็เพลงที่ เกริ่นไว้ตอนต้นนี่ละ
     1. แต่งงาน  - Moor เป็นเพลงที่ซึ้ง เหมือนกัน เพลงนี้คือเพลงขอแต่งงานดีดีนี่เอง และน่าจะเป็นเพลงที่จะใช้ร้องหรือเปิด
                           ในวันที่ขอแต่งงาน
     2. เพียงชายคนนี้ไม่ใช่ผู้วิเศษ - เพชร โอสถานุเคราะห์ เพลงนี้ก็เป็นอีกเพลงนึงที่อยากร้อง เพราะเราเองไม่ได้เป็นเจ้าชาย
                        ไม่ได้เป็นคนที่มีฐานะ ไม่ได้มียศฐาบรรดาศักดิ์ หรือเลิศเลอมาจากไหน แต่สิ่งที่เรามีให้ก็คือความรักที่มีต่อเค้านั่นเอง
    3. หากันจนเจอ - Mar & Venus เพลงนี้เรียกได้ว่า แทบจะเป็นเพลงที่เหมาะที่สุดในวันแต่งงาน และอยากให้เจ้าสาวร้องด้วย
                                เนื่องจากเนื้อหาเพลงมันสื่อความหมายได้อย่างดีทีเดียว หากันจนเจอ ถ้าไม่เจอคงไม่ใช่ ถ้าไม่ใช่ก็คงไม่แต่ง
    นอกจากนี้ ยังมีหลายๆเพลงที่อยากร้องในงานแต่งของตัวเอง แต่นึกได้สามเพลงนี้แหละ
    การแต่งงานของผมเองนั้น มันเป็นเรื่องของอนาคต ได้แต่วาดฝันไว้ในใจ
    สิ่งที่ทำได้ตอนนี้คือ การมอบความรักความเข้าใจ ความไว้ใจให้แก่เค้า
    คนที่เราชอบ คนที่เรารัก คนเดียว ...
    ....... หากใครก็ตามที่คิดว่าผมกำลังตกหลุมรักคุณอยู่ คุณคนที่ผมกล้าเรียกว่า ที่รัก แม้จะไม่อยากรับในวินาทีนี้ก็ตาม
    ....... คนที่ทุกๆวัน ต้องคิดถึง แม้ว่าเธอคนนั้นอาจจะไม่ได้สวยเด่นไปกว่าใคร ....
    ....... เธอคนนั้น .. คนที่บางคืนต้องรอคอยว่าจะได้คุยกันหรือไม่ ..... รอ จนต้องหลับไปเอง ....
    ....... คนที่แทบจะไม่ได้เจอ แต่แค่ได้ยินเสียงก็ดีใจมากมายแล้ว ..
    ....... คนที่สามารถสั่งผมได้ว่าให้ทำนู่นนะ อย่าทำอย่างนี้นะ  ต้องเป็นอย่างนั้นนะ อย่างนี้นะ เราทำตามทุกอย่าง เชื่อฟังทุกอย่าง
    ....... คนที่สามารถหยุดหัวใจไม่ใช้ไปชอบใคร รักใครได้อีกต่อไป ...
    ....... คนๆนี้ละ คือคนที่ผม...

     

    รัก
     
     
    แม้ว่าเขาจะยังไม่มั่นใจก็ตาม
    ....แม้จะบอกเองไม่ได้ด้วยปาก ก็บอกผ่านทางนี้แล้วกัน ...ว่า
     
    ผมรักคุณ
     
    ********************************************************************
    เพียงแค่คุณเข้าใจในตัวผม และเชื่อใจไว้ใจ ..... ถึงแม้เราอาจจะไม่ได้เป็นอย่างคู่ที่กล่าวข้างบน
    แต่อย่างน้อย ขอให้เรามีความรู้สึกดีดี ... ให้กันก็เพียงพอ
    แต่ถ้าอนาคต.....
    เราเอาชนะทุกอย่างได้
    และพูดได้อย่างเต็มปากเต็มคำว่า
    "เรารักกัน"
    ถึงตอนนี้ จะมีไหมนะ คนที่จะมามาเป็นพิธีกร ในงานแต่งงานให้เรา
    แบบที่เราจะเป็นให้กับ คู่นี้
    เอ๋ - บุ้ง ....
    ขอให้มีความสุขในวันแต่งงาน และตลอดไป
    จากเพื่อนคนหนึ่ง
    ชานนท์ มีเอี่ยม (ต้น)
    .. ปล. หรือ หยอย ฉายาที่พวกมึงตั้งกันนะ ไอ้หิ มีความสุขมากๆนะเว้ยพวก ..!! 
    April 04

    วันเกิด คือวันหนึ่งวัน ที่ทำให้เรารู้ว่า แก่ขึ้นอีกหนึ่งปี

    วันเกิด 4 เมษายน หลังๆ มันก็เหมือนวันหนึ่งวันหน่ะแหละ
     
    แต่วันเกิด อย่างน้อย ก็เป็นวันดีดีหนึ่งวัน ที่มีคนนึงถึง มากกว่า
     
    จัดรายการก่อนเด๋วว่ากัน อิอิ
    March 18

    นิทานหิ่งห้อย หนึ่งเพลงความหมายดี จาก เป๊กผลิตโชค

    ศิลปิน: เป๊ก ผลิตโชค
    อัลบั้ม: วันผลิตโชค
    เพลง: นิทานหิ่งห้อย




    ไขว่คว้าหาทางหลุดพ้น ในคืนมืดมนไร้จันทร์
    ดูแววตาคู่นั้นหมดสิ้นกำลังก้าวไป
    หิ่งห้อยเห็นแมงมุมสาวเจ้าเดินหลงทางไกล
    ช่างดูโชคร้ายจึงเกิดความสงสาร

    อาสาช่วยส่องนำทาง ให้แสงในความมืดมน
    ใช้แสงอุ่นๆ เวียนวน เมื่อเห็นแมงมุมหนาวสั่น
    ทุ่มเททั้งกายใจ ขอทำหน้าที่แทนจันทร์
    ให้แมงมุมนั้นได้กลับบ้านปลอดภัย

    * ใกล้กันหัวใจยิ่งก่อใยสัมพันธ์
    ไม่รู้ความรักมันเกิดตอนไหน
    ถึงจะไม่รู้ตัว แต่รู้ว่าช่างสุขใจ
    ยามเป็นแสงไฟส่องนำทาง


    ก็รู้ว่าเราต่างกัน ไม่ช้าก็คงห่างไกล
    แต่เสียงหัวใจสั่งปีกบางๆ ให้บินเถอะนะ บินไป
    ถึงแม้แสงไฟจะจาง ไม่รู้จะดับลงตรงไหน
    ก็พร้อมพาเจ้าไปเจ้าแมงมุม

    แต่แล้วทุกอย่างก็ฟ้อง เมื่อลอยล่องมาถึงรัง
    ตัวและปีกบางๆถูกรั้งพัวพันสายใย
    หิ่งห้อยเห็นแมงมุมร่าเริงก็หลงดีใจ
    ไม่ได้เผื่อไว้ว่ามันคือลางร้าย

    ก่อนความรู้สึกสุดท้าย จะลบเลือนไปนิรันดร์
    ก่อนที่คมเขี้ยวจะฝังก่อนรักจะจางหายไป
    ได้เรียนรู้ความจริง ไม่มีชีวิตใดๆ
    ไปกันได้ไกลเมื่อจุดหมายต่างกัน


    ( * )

    ** ก็รู้ว่าเราต่างกัน ไม่ช้าก็คงห่างไกล
    แต่เสียงหัวใจไม่เคยทวงถามสิ่งที่ได้ทุ่มเทไป

    สุดท้ายแสงไฟที่จาง พลันแสงสว่างมืดดับไป
    ดับแสงลงบนใยเจ้าแมงมุม

    ( ** )
     
    ถือเป็นอีกเพลงที่มีเนื้อหาเชิงเปรียบเทียบ
    ที่เนื้อหาดมากมายเพลงก็เพราะ
    เป็นอีกเพลงที่ผมชอบ
    หลังจากเคยซึ้งกับเพลงๆ นึงมาแล้ว
     
    "ไม้ขีดไฟกับดอกทานตะวัน"
    นั่นเอง
     
    ลองเทียบเนื้อหาสองเพลงนี้ดีดี
     
    ว่ามีอะไร ที่
     
    เหมือนกัน?
    March 01

    ประชา..ถีบ ประไตยยยยย!!

    เฮ้อ ช่วงนี้กระแสการเมือง ปั่นป่วน ป่วนปั่นยิ่งกว่าเพลงของอาร์มแชร์
     
    หลายคนๆ ก็รู้ตัวไปว่าทำอะไร ก็ดันมีความทุรันสูง เข้าไปอีก ไปก่อมงก่อม๊อบ
     
    เพื่ออาราย เวลานี้ประเทศชาติต้องการความมั่นคงของประเทศชาติ
     
     
    เอ่อ ... ช่วงนี้ไม่รู้จะอัพอะไร แต่เห็นกระแสเรื่องการเมืองแรง เอาอะไรสั้นๆ ให้อ่าน เพื่อกระตุ้น
     
    ต่อม .. ประชาธิปไตย
     
    เพราะ นายกยุบสภาแล้ว ก็ควรเลือกตั้งใหม่ ....
     
    อย่านอนหลับทับสิทธิ์
     
    พูดถึงเรื่อง ประชาธิปไตย วันนี้เอาความหมายมันมาให้อ่านกัน
     

    ประชาธิปไตย (Democracy) คือแนวคิดที่เชื่อว่าประชาชนมีสิทธิที่จะปกครองตนเอง ซึ่งแตกต่างจากแนวคิดก่อนหน้า ที่เชื่อว่าประชาชนมีชีวิตอยู่เพื่อเสริมสร้างบารมีหรือความมั่งคั่งให้กับกษัตริย์ หรือมีชีวิตตามความต้องการของพระเจ้า การเปลี่ยนกระบวนทัศน์นี้เป็นผลจากยุคแสงสว่าง

    การนำแนวคิดประชาธิปไตยมาใช้จริงนั้นมีลักษณะเป็นขั้นเป็นตอน จากประชาธิปไตยเชิงรูปแบบ ไปเป็นประชาธิปไตยเชิงเสรี และเป็นประชาธิปไตยแบบมีส่วนร่วม แม้ว่าประเทศส่วนใหญ่ในโลกเป็นประเทศประชาธิปไตย แต่บางประเทศก็เป็นแค่ในนาม บางประเทศเป็นประชาธิปไตยที่ไม่มีเสรีภาพ บางประเทศเป็นประชาธิปไตยเชิงเสรี และบางประเทศก็พัฒนาไปเป็นประชาธิปไตยแบบมีส่วนร่วม ที่ประชาชนรู้สึกว่าเป็นเจ้าของรัฐบาล และมีกิจกรรมทางการเมืองอย่างสม่ำเสมอ

     

    หากใครต้องการคำจัดความเกี่ยวกับคำว่าอะไร เดี๋ยวจะหามาให้ละกัน

     

    ถ้าต้องเลือกตั้งใหม่ ก็ไปเลือกตั้งกันนะ

    มันเป็นสิทธิ์ของเราทุกคน (ที่เกิน 18 ปี)

    February 04

    เปลี่ยนเพลงใหม่ให้เข้ากับเทศกาลความรัก จ้า

    เพียงชายคนนี้(ไม่ใช่ผู้วิเศษ) - เพชร โอสถานุเคราะห์

     

     


    ฉันไม่ใช่ผู้วิเศษ
    ที่จะเสกปราสาทงามให้เธอ
    ไม่มีฤทธิ์เดช ไม่มีราชรถเลิศเลอ
    แต่ฉันมีใจพิเศษ

    จะพาเธอผ่านคืนนี้ไป
    ฉันเป็น....เพียงผู้ชาย
    คนนี้ที่มีใจมั่นรักเธอ

    โอบกอดฉันไว้ หลับตาผ่อนคลายให้สมฤดี
    เราจะบินหนี ข้ามน้ำทะเลและแดนกว้างใหญ่
    ดาวพราวดั่งฝัน กลางคืนยาวนานรานหัวใจ
    ปล่อยความเหงาไป ทอดทิ้งใจ
    รักจะพาแต่เราไปสองคน

    ฉันไม่ใช่คนยิ่งใหญ่ ร่ำรวยจ่ายเงินเร็วร้อนแรง
    ไม่มีอำนาจใด ประหนึ่งเจ้าชาย จะสำแดง
    มีเพียงหัวใจ จะพาเธอผ่านคืนนี้ไป
    ฉันเป็น...เพียงผู้ชาย
    คนนี้ที่มีใจมั่นรักเธอ

    ไม่ใช่ผู้วิเศษ เป็นเพียงผู้ชาย ที่ใจมั่นรักเธอ
    ไม่มีฤทธิ์เดช มีเพียงหัวใจ ที่ใฝ่เฝ้ารักเธอ

     

    เปลี่ยนเพลงละล่ะ ตอนรับ เดือนแห่งความรัก ในปีนี้ด้วย

    (แล้วผมจะมีความรักกะเค้าไหม ติดตามๆ ^^ ')

    January 20

    วันธรรมดา ที่แสนจะปวดตา (ตาจะบอดไหมฉัน)

     
     
     
    สิ่งหนึ่งมันกำลังจบลง ด้วยความงงๆ แต่มีอีกหลายสิ่งที่จะเริ่มใหม่
     
    ไม่ว่าจะเป็นอะไรก็ตาม
     
    ไม่ว่าความรู้สึกจะเป็นยังไงก็ตาม
     
    ชิวิตธรรมดา ธรรมดา ของผม
     
    ก็คงต้องดำเนินต่อไป
     
    จนกว่า เราจะหยุด
     
    เดินทาง
     
     
    ในวังวน
     
    ของโลกใบนี้
     
    หากแต่เพียงคุณหมดลมหายใจเมื่อไหร่
     
    แต่ขอให้มันหมดไป กับอายุขัย
     
    ดีกว่าที่จะหยุดไป
    ด้วยผีมือตัวเอง
     
    ชีวิตย่อมมีความรัก ความเสียใจ ความหวัง ความทุกข์
     
    สะสมปนเปกันไป
     
    อยู่ที่ว่า ใครจะพบฝั่งฝัน
     
    ที่สวยงาม
    ระหว่างทางเดินที่เต็มไปด้วยมรสุม
     
    จนกว่าจะได้พบ
    เพื่อนร่วมทางแห่งชีวิต
     
    เคียงคู่ไปกับเรา
     
    ถึงแม้ผม
     
    จะพบเจอ คนที่คิดว่าเป็นผู้เคียงข้าง
    แต่ท้ายสุด
    เขาก็ไม่ใช่
     
    แต่ยังไง เราสามารถพาเขาไป
     
    จนถึงฝั่งฝันได้
    ไม่ฐานะใด ก็ฐานะหนึ่ง
     
    ไม่เพื่อน ก็พี่ ไม่พี่ก็น้อง
     
    ทางใด ก็ทางหนึ่ง
     
    อย่ามัว แต่เศร้า
    อย่ามัว แต่ทุกข์
    แต่จงคิดว่าทำอย่างไรเขาถึงจะมีความสุข
    แม้อาจจะไม่ได้เคียงข้างเรา
     
    พูดเพื่อนให้ใครได้คิด
    และ
    คติสอนใจตน
     
    และสอนใจ
    ใครอีกหลายๆคน
     
    January 17

    ฝากหน่อย ไม่ได้มาเขียนสเปซ ว่างๆเด๋วมาเขียน

    ร ว ม ลิ้ ง ค์ โ ห ล ด ฟ้ อ น ท์ *
     
    เอาสองอันก่อน รวม Font กะแปรง สำหรับ Photoshop แล้วจะเอามาเพิ่มอีกน๊า คิคิ
    January 03

    สวัสดีปีใหม่ มีเรื่องดี และเรื่องไม่ดี

    ก่อนอื่นขอกล่าวคำว่า..
     
    สวัสดีปีใหม่ 2006 ปีจอ ด้วยนะจ๊ะทุกคน
     
    หายไปเรย ไม่ได้อัพสเปซเกือบเดือน ตอนนี้มาอัพละ อาจจะไม่มีเรื่องอะไรมาเล่า
     
    แต่มีเรื่องยินดีอยู่อย่างคือ
     
    ถอดเฝือกแล้วเฟ้ยยยยยยยยยยยยย!!!
     
    เรื่องที่แย่คือ
     
    แมร่งขนาดไปถอดยังโดนไปอีกพันนึงแน่ะเฮ้ยยยยยยยยยยยยยย!!!
     
    เซ็งเปร็ด ...
     
    แต่ก็นะ .. ทำงานสะดวกขึ้นหน่อย
     
    ปีใหม่ .. ขอให้มีอะไรใหม่ๆ เข้ามาชีวิต ในทุกๆคน ..(รวมถึงผมด้วย)
     
    ... และใครที่ใจแข็ง ก็ใจอ่อนลงได้ละนะ ..
    สำหรับคนที่เป็นห่วงอยู่ทางนี้ ยังคงเป็นห่วงเหมือนเดิม
     
    บ๊อบ บ๊อบ .. วันนี้ลาไปดูหนังก่อนละ เช่ามา แล้วจะบอกว่า
     
    ..สนุกไหม เรื่องอะไรน่ะเหรอ
     
    SKELETON KEY น่ะเอง
    วันนี้ไปละจ้า บั๊บ บายย
     
     
    December 13

    ผลพวงจากเมื่อวาน...

    หลังจากวันก่อน แขนปวดมากมาย วันนี้ตอนเช้าทนไม่ไหว ไปหาหมอดีกว่า (เป็นแต่ก่อนไม่ยอมแน่ๆ)
     
    ก็เลยไป โรงพยาบาลล.. โดนค่าเฝือกเข้าไป 2500 บาท (รวมค่ายา)
     
    โอยตูจะบ้า  อ่ะ ไหนๆ ก็ไหนๆ เอารูปมาให้ดูละกัน
     



     

    ถึงแม้ว่าคนจ่ายยา จะน่ารัก หน้าตาดี ดูมีชาติตระกูลเท่าใด แต่เสียไป 2500 บาท นี่รับไม่ได้เลย

     

    รู้งี้ไม่ไปดีกว่า

    เป็นวันที่เซ็งอีกวัน...

    อัพซะหน่อย แต่ไม่อยากพิมพ์บ่อย เพราะ ...

    เข้ามาอัพซะหน่อย แต่พิมพ์มากๆ ไม่ได้เนื่องจากว่าวันนี้
     
     
    ไปซื้อกับข้าวกับ ดีเจแยมโลมา ดันโดนมอเตอร์ไซต์ ที่เป็นรถส่งพิซซ่า ตัดหน้า เบรกซะล้อหลังยกเกือบล้ม ประคองรถไว้ได้แต่ก็นะ (กลับมารู้ตัวว่ามือเป็นอะไรไปแล้ว)  ปวดมากมาย มือช๊านนนนนนนน ดีนะไม่ใช่ข้างขวา  พรุ่งนี้ตื่นเช้าไป x-ray ดีกว่า หวังหว่าคงไม่ร้ายแรงอะไร แต่มันเริ่มชา ทั้งแขนละ T-T
     
    ปล. เซ็ง ทำไมพักนี้มีแต่เรื่อง
    เซ็งๆ
    December 11

    11 ธันวาคม วันที่(เกือบ) มีน้ำตา

    วันนี้ไม่มีอะไรจะเขียน ขอเปลี่ยนเพลงใหม่ลงใน spaces เป็นวงของเพื่อนสนิทสมัยมัธยมแต่งเอาไว้และออกเทป และเป็นเพลงที่โดนใจ (ผม) ที่สุดในอัลบั้ม เคยทำอารมณ์กะเพลงนี้จนร้องไห้ มาแล้ว และวันนี้ก็เป็นอีกวันนึง ที่ (เกือบ) หลั่งมันออกมา

    ขอโทษทีที่รักเธอ

    Artist : คิวบ์ (Cube)
    Intro: C Em F G7 (2times)
    

    C Em F G7 C Em F G7 F
    จบแล้วทุกสิ่ง หมดสิ้นทุกอย่าง กับความรักที่มี กับสิ่งดีๆที่มอบให้เธอ มั่นคงเสมอไม่คลาย
    Fm Em Am F G7 C F G7
    ไม่เคยมีใครมากล้ำกลาย ต่อความจริงใจที่ฉันนั้นมีให้เธอ

    C Em F G7 C
    แต่ต้องมาเจ็บปวดต้องทนร้าวราน กับคำหวานของเธอ
    Em F G7 Am
    ที่ไม่เคยมั่นคง ไม่เคยแน่นอน เป็นการตอบแทนให้ฉัน
    Ammaj7 Am7 Am6 F C Dm Em F G
    ต่อความดีที่มีนั้น กลับคืนมาแทนความรักฉัน และนั่นคือความเจ็บช้ำ ที่ตอกและย้ำในใจ

    C Em Am F G
    * จากนี้ ไม่มีอีกแล้วเธอ ที่คอยรักคอยห่วงใย ดั่งเช่นในวันวาน
    C Em Am G F Dm Em F G
    และอยากจะขอโทษทีที่รักเธอมานาน กับความฝันที่ฉันต้องการ และมันคงไม่มีทางจะเป็นจริง

    Instru: C Em F G7 (2times)

    C Em F G7 C Em F G7 Am
    ไม่อาจจะยื้อ และฝืนให้เธอกลับมารักฉัน และต่อแต่นี้คงไม่มีวัน ที่จะดึงเธออีกครั้ง
    Ammaj7 Am7 Am6 F C Dm Em F G
    ต้องเจ็บปวดกับความหลัง ที่ทำร้ายในจิตใจฉัน มันจบลงแล้ว สิ่งที่ฝัน ไม่หวังอะไรต่อไป

    (ซ้ำ *)

    Instru: F Em Am

    Dm Em F G
    ต่อแต่นี้ คงมีเพียงฉัน และเธอคงไม่มีวันจะรักใคร..จริง

    Instru: C Em F G7 (2times) C
    December 10

    สเปซวันรัฐธรรมนูญ

    วันนี้ เกิดอารมณ์ที่จะเขียน แล้วอยุ่ๆ ก้ไม่มีอารมณ์ เขียน
     
    ว่าจะเขียนเกี่ยวกับประวัติการปกครองของไทยซะหน่อย
    แต่ในเมื่ออารมณ์ไม่มีจะเขียนละ ก็
     
    ไปหาอ่านเองละกัน
     
     
    วันนี้มีสองสิ่งที่จะทำ
     
    1. อวยพรวันเกิดให้กับน้องคนนึง ที่เกิดวันเดียวกับวันรัฐธรรมนูญ ขอให้มีความสุขมากๆนะครับ แก่ขึ้น เอ๊ย โตขึ้นอีกปีแล้ว
     
    2. ตั้งใจไว้ว่าตั้งแต่วันนี้เป็นต้นไป จะขอปิดการเปิดเผยความรุ้สึก เกี่ยวกับคนบางคน บนสเปซนี้ ขอให้มันอยู่แค่ภายในใจก็เพียงพอแล้ว
     
    แค่นี้ละ วันนี้ปวดหัว + เซ็ง + ไม่มีอารมณ์เขียน
     
    ฝันดี เจอกันใหม่เมื่อมีอารมณ์เข้ามาที่ My Spaces
    December 06

    ย้อนอดีต (ภาคแรก)

    สาเหตุจากการเขียน สเปซ วันนี้ ก็ไม่มีอะไรหรอก
     
    ก็แค่วันนี้กลางวงอาหาร ของเหล่าบรรดาหนุ่มๆออฟฟิศ ที่ไปกินด้วยกันบ่อยๆ นี่แหละ คุยไปเรื่อยเปื่อย
    และก็คุยเรื่องความหลังกันอีกจนได้ .. (จริงเรอะที่เค้าว่ากันว่า คนแก่มักจะพูดถึงแต่เรื่องอดีต)
     
    และประเด็น แกะรอย ย้อนอดีต วันนี้ ขอเสนอเรื่อง
     
    การละเล่นในวัยเด็ก
     
    หลายๆคนที่มีอายุเท่าๆกระผมหรือมากกว่า คงผ่านการละเล่นแบบเด็กๆ หรือ สมัยก่อนพวกเด็กๆ เค้าเล่นอะไรกัน
     
    ในวงอาหารก็นำเรื่องของแต่ละคนมาเล่ากันบ้าง ว่ามีอะไร (แต่ส่วนใหญ่ข้าพเจ้าเสนอเองละ เพราะเด็กๆมีเรื่องให้เล่นมากมาย)
     
    ใครที่เคยทันการเล่นแบบนี้ ก็แสดงว่า อายุก็ไม่ใช่น้อยๆ ละล่ะ ลองมาดูกัน
     
    1. เริ่มตั้งแต่เด็กๆ เลยนะ  สมัยเด็ก มีเพื่อนอยู่คนนึง สนิทมาก(ก็แหงละ เพราะเป็นเพื่อนบ้านหลังเดียวที่อยู่ติดกันเพราะสมัยก่อนบ้านอยู่ในบริษัท ที่เป็นโรงพิมพ์ ขนาดใหญ่ พิมพ์งานให้กับเต๊กเฮงหยู) คุณชานนท์ กะคุณวิทวัส ก็ได้เล่นกันตามประสาเด็กติงต๊อง ก็คือ การโยนผลของต้นไม้ต้นหนึ่ง (มีเป็นกระบุง) มาโยนเล่น ตรงถนน ที่จะเลี้ยวเข้าถ. ประชานิเวศน (แต่ก่อนบ้านอยู่แถวๆนั้น ใกล้ๆวัดเสมียนนารี น่ะหละ) และก็โยนให้รถเหยียบ เราสองคนติ๊ต่างกันว่าถ้ารถคันไหนมาเหยียบ จะเป็นเจ้าของรถคันนั้น (แล้วทำไม รถแท๊กซี่ สมัยก่อน มันจะต้องวิ่งมาทับ ลูกที่เราโปรยไปบ่อยจังฟะ ทำหยั่งกะโตมาต้อขับแท๊กซี่ซะงั้น)
     
    2. ใครที่กินขนม กล่องละ 5 บาท อย่างโดราเอมอนคงจะไม่พลาด การสะสมสติ๊กเกอร์ ปิดลงบนหนังสือที่มีมาให้เพื่อแลกรางวัล(สะสมได้เยอะด้วยผม แต่ไม่เคยไปแลก เพราะลืม ... หมดเขตก่อนทู๊กที :p) และแน่นอน ใครที่ไพ่สติ๊กเกอร์ แบบนี้ คงจะไม่พ้นการเล่นเขี่ยเจ้าสติ๊กเกอร์ เขี่ยกันเมามันอยู่หลายปีทีเดียว ไม่แน่ใจว่าขนมโอราเอมอนอันนี้ยังมีขายอยู่ในปัจจุบันรึป่าว
     
    3. อันนี้อันตรายหน่อย อย่างที่ว่า สมัยก่อนบ้านอยุ่ใกล้วัด รู้จักมั่กจี่กับเด็กวัด เลยได้เทียนไขมาเล่นบ่อย ซึ่งการเอาเทียนไขมาเล่น นี้เค้าเรียกว่า "มังกรพ่นไฟ" คือ นำเอาเทียนมาต้มจนร้อนให้ร้อนแบบมีไฟติดเปลวบนเทียนเลย ทีนี้ถ้าเอาน้ำไปพรม ไฟก้จะลุก เคยเล่นแบบว่า เอาเผาไฟจน สูงท่วมหัว ประมาณเกือบๆตึกสองชั้นได้ หมดเทียนไป 30-40 แท่งเลย (อะไรจะขนาดนั้น)ล
     
    4. เริ่มเข้าประถม เริ่มมีเพื่อน ... กิจกรรมสนุกๆ ระหว่างเรียนมีเยอะมากมาย หนึ่งในนั้นคือ การเล่นตุ๊กตายาง พวกดราก้อนบอล เซนต์เซยา หรือนักมวยปล้ำ หน้ากากเสือ ที่แถมกับขนมพวก คัม คัม ฯลฯ และก็เล่น กันโดยเอาตุ๊กตาแต่ละฝ่ายมาตั้งบนโต๊ะ แล้วใช้ปากกา ดีดกัน บางคนถึงขนาดโมปากกาให้ดีดแรงกันเรย (หัวคิดดีจริงๆพวกนี้)
     
    5. ยังอยู่ในโรงเรียนกันต่อ นี่เลย ดินน้ำมัน ทำเป็นทาง แล้วเป่าไม่ให้ตกทาง หลังๆ มีแผลง ๆถึงขนาดทำที่ตีลังกา กันเลย ทำรางกันอย่างรถไฟเหาะซะงั้น
     
    6. อีกอันละกัน เป็นดินสอชนิดเปลี่ยนไส้ (เด็กๆ ติดปากเรียกว่าดินสอ อพอลโล ชื่อยี่ห้อน่ะ) ถอดไส้ออกให้หมด แล้วใส่ใส่กลับด้าน เอาอันที่แหลมที่สุดใส่ไป แล้วประกบปากเป่าที่หัวปากกา เจ้าไส้ก็จะพุ่งไปยังเป้าหมาย
    เป้าหมายก้ไม่ใช่อ่ะไร หนังสือหน้าที่มีรูปน่ะเองเป็นเป้า เป่ากันเมามัน หนึงสือพรุนไปหมด (แต่ไม่เสียดาย เพราะอ่านรู้เรื่อง มีรูอ่านแล้วทำให้ได้ที่ 1 5 ปีซ้อนรู้รึป่าว คิกคิก)
     
    7. อันนี้ คงหนีไม่พ้นพวก การละเล่นที่ฮิตมาหลายยุค อาทิเช่น กระด่ายขาเดียว ปาอัด (เค้าเรียกอะไรน๊า โอลาเรียกชื่ออะไรสักอย่างจำไม่ค่อยได้) เล่นซ่อนหา ตังเต ยันไปถึงกระทั่ง หมากเก็บ เล่นขายของ อันนี้ก็เคยเล่น
     
    อ่อ ยังมีอีกหลากหลาย แต่เอาไว้วันหลังดีกว่าน๊ะ วันนี้เบลอ จัดรายการไปด้วย เขียนสเปซไปด้วย หวัดเมื่อไหร่จะหายมะรู้ ปวดหัว ไออีกตะหาก ไปละๆ จัดเพลงอีกแป๊บก็จะไปแล้วและ นอนเร็วสักหน่อย
     
    ปล. เล่นทะลึ่งๆ สมัยก่อนยังมี อย่างนึง เหอๆ ไล่เปิดกระโปรง ผุ้หญิง (ทำตัวเหมือนเด็กโรคจิต) จริงๆ รู้สึกไม่ได้คิดอะไร เพื่อนมันท้าหัวหน้าห้องอ่ะ หัวหน้าห้องเลยสงเคราะห์ซะหน่อย นึกว่าไม่กล้าเรอะ ห่ะ ห่ะ (โรคจิตจริงๆ ฉัน)
     
    วันนี้ไปละ คืดถึงเหม่งมากมาย โทรไป ไม่ค่อยได้คุย เอาไว้อยากคุย ยิงมาบ้างเด่ะ จะได้โทรไป(จะมีมะหน่ะวันนั้น)
     
    เพ้ออีกละฉัน ไปละ แว่บ......-_-'
    November 29

    เอ่อ ก็กลัวไม่ได้เขียนอ่ะนะ

    คืนที่ 29 พฤศจิกายน
    เวลา เกือบๆ ตี 4
     
    ย้อนไป 25 นาทีก่อนเริ่มเขียน>>>>>เวง ทำไมกรูไม่รู้จักหลับจักนอน นอนดึกแม่มทุกคืน
    วันนี้จัดรายการเสร็จตีหนึ่ง ทำไรดี ทำเว็บต่อ... หัวไม่แล่น...อยากเมาท์ กะเหม่ง ก็ดึกเกิน
     
    ....โทรไปแล้ว คุยมากไป เดี๋ยวหาว่าบ้าน้ำลาย เหมือนใครบางคนที่เคยบ้า
    ....ทำไรดีฟะ โอยนึกไม่ออก หยิ Organizer เล่มโปรดมาเขียน (หน้าว่างเยอะโคตร) ... เหอๆ ปกติกตูเขียนใน SPACES นิ
    .... ปิด organizer หันมาที่คอมตามเดิม ... เออ ทำไรดีฟะ หายใจรดหน้าจออยู่เนี่ย ...
    .... อ่อ เหม่งบอกชื่อแต่ไม่บอกนามสกุลใช้ม๊า จำได้ๆ หาข้อมูลมันในเน็ตเนี่ยละ ... หา ..google.coth เว็บม. แถวๆบางแสน
    .... อืมๆ ไม่มี ได้ชื่อจริง แต่หาเบาะแสอย่างอื่นไม่พบ ทำไมทีคนอื่นยังเจอเลย ขนาดคนที่(เคย)เป็นแฟนเก่า (มั้ง)
    .... ยังหาประวัติเค้าได้เล๊ย หรือว่า ไมมีตัวตนหว่า เหม่งน้อยคนนี้.. อ่า ผ่านไป 20 นาที ไม่เจอเหอๆ พอละไม่หาดีกว่า
    .... รอเจ้าตัวบอกเอง ให้เรารู้จักคำว่า "รอ" ...ไปๆ มาๆ อ่านคอมเม้นท์ตัวเอง เข้าคนนู้นคนนี้
    .... ตูทำไรอยู่เนี่ย เริ่มง่วงแล้ว ... >>>>> เข้าสู่สถานการณ์ปัจจุบัน(ขณะลงมือเขียน spaces นี้) .....
     
    ที่ร่ายยาวมานี่ จริงๆ ไม่รู้จะเขียนอะไรอ่ะนะ แต่ที่เขียนน่ะ เพราะว่ากลัวมันว่า ไม่ได้เขียนกี่วันแล้วเนี่ย
    เอาเหอะวันหลังถ้ามีเรื่องเล่าจะบอกแล้วกัน วันนี้ไม่ไหวแล้ว
     
     
    ....
    ...
    ...
    ...
    สรุป วันนี้ตูมาบ้าเขียนอะไรฟะเนี่ย...
     
    อ่อ www.chicradio.net สถานีเพลงฮิตของคนวัยมันส์
    ดีเจคิชิจัด 4 ทุ่ม ถึง ตี 1 จ - ศ นะจ๊ะ
     
    ปล. เหลือเวลาอีก ประมาณ 11 วัน จะถึงวันสำคัญวันนึง .... ที่ไม่ใช่ของเรา .... แต่เราก็คิดว่าสำคัญ ... สำหรับเรา
     
    ย้อนก่อนวันนั้น 5 วัน ก็เป็นวันที่สำคัญสำหรับลูกๆ ทุกคน ไปกราบท่านในวันพ่อเถอะนะ กระผมก็ไปเพราะทำผิดที่ไม่ไปเยี่ยมท่านหลายครั้ง เหอๆ
     
    แต่ที่แน่ๆ คืนนี้ เป็นวันเกิด ของคนที่เราเคยชอบ แล้วเค้าเคยชอบเรา
    >>>>> ย้อนเวลาไปก่อนเขียน Spaces 35 นาที  ----ตอนนั้นโทรไปหา
     
     
    ต้น : หวัดดีจ้า แอนนี
    แอนนี : ฮัลโหล (ด้วยเสียงงัวเงีย)
    ต้น : อืมนอนแล้วเหรอ
    แอนนี : อืม (ยังงัวเงียอยู่)
    ต้น : อื้ม รู้ป่ะเนี่ยใคร
    แอนนี : ต้น
    ต้น : เด๋วพรุ่งนี้ก็จำไมได้ว่ใครโทรมา
    แอนนี : แอนนีไม่สบายเลยนอนเร็ว (ประสาท reflex สี่งการให้คุย แต่สติมีป่าวไม่รู้)
    ต้น : งั้นสุขสันต์วันเกิดนะจ๊ะ
    แอนนี : อื้ม
     
    แล้วก็วางไปเลย
     
    เฮ้อ แล้วพรุ่งนี้จะจำได้ปะเธอ
     
    ..... แต่บอกแล้วนี่ พรุ่งนี้บอกอีกทีก็ได้ว่าHAPPY BIRTHDAY
     
    >>>> กลับมาปัจจบัน ... หมดมุขจะเขียนละ
    เออนอนดีกว่า ... พรุ่งนี้มีอะไรให้ทำอีกเยอะ
     
    ....ฝันดีคนอ่าน ฝันดีทุกคนฝันดีเจ้าคอมที่คอยเป็น ...
    ฝันดีท่านแม่ ว่างๆ จะกลับไปนอนที่บ้านบ้าง ...
    ฝันดีมั่กมาย ยัยเด็กร้าน SwenSEn ทำงานหัวเป็นเกลียวตัวเป็นน๊อต(ตั้งใจสลับ ไม่ต้องทักนะ)
    ฝันดีคนฟัง Chic ทุกคน
    และ..ฝันดีมั่กมายเหม่งน้อย ขอให้ฝันดีทุกคืนและฝันดีตลอดไป
     
    ฝันดีคุณต้น ชานนท์ มีเอี่ยม
     
    Shutdown yourserf
     
    ... program halt...
    shutdown complete ...bye..
     
    October 31

    2 วัน กับเรื่องยุ่ง ๆ ในจังหวัดอุตรดิตถ์

    ที่จั่วหัวมาแบบนี้ไม่ใช่อะไร
     
    ไปภาคเหนือมา
     
    จังหวัดที่ถือเป็นบ้านเกิดตัวเอง
    แต่ว่าแทบไม่ได้อยู่ ส่วนใหญ่ อยู่กรุงเทพตั้งแต่เด็ก
    นานๆ กลับไปที และปีนี้ก็เป็นปีหนึ่งที่ได้ไป
     
    ที่ไปเพราะทุกปี จะมีงานทำบุญประจำปี ที่จะทำบุญอุทิศส่วนกุศล ให้คุณยายณี ที่ล่วงลับไปแล้ว
     
    ครั้งนี้เป็นการเดินทาง ครั้งที่สองที่ สองพี่น้อง ได้เดินทางกันเพียงลำพัง โดยไม่มีผู้ปกครองไปด้วย
     
    ..... เหอๆ .. ก็สมควรแล้วละ โตๆ กันแล้วนี่
     
    ขาไปนั่งรถไฟ ชั้นสอง แบบแอร์ไป
    เด็กๆ ไม่เคยนั่งนะ แบบว่าบ้านจน นั่งแต่ชั้นสาม
    ผมขนานนามตู้รถไฟชั้นสามตั้งแต่เด็กแล้วว่าเป็น
     
    "ตู้รถไฟเก้าอี้ดนตรี"
     
    ก็แหงละ มันไม่มีที่นั่ง fix ให้อ่ะ
     
    ส่วนใหญ่ ก็ซื้อตั๋ว มีเบอร์ให้ แต่เค้าจะนั่งกันตรงไหน ก็ได้ มาก่อนได้ก่อน
    มาช้า ก็เศร้าจายยยยยยยยยยยยยยยย...
    แต่ทว่า ตั้งแต่ชั้นสองขึ้นไปนั้น จะมีที่นั่งตามหน้าตั๋ว ... มั่วไม่ได้ ... อายเจ้าหน้าที ...(ม่ายดีอย่าทำ เอิ๊กๆ)
     
    ส่วนตัวแล้วชอบไปรถไฟ
    ข้อดี .... ติดแต่เด็ก แทบทั้งตระกูล ฝ่ายพ่อ และแม่ ทำงานรถไฟกันหมด
    ข้อเสีย ... ช้า และเมื่อย แต่วิวสวย เอาวะ โอเค
     
    ครั้งนี้ผิดถนัด .. ไปกลางคืนแถมรถแอร์ เก็บเสียง ไม่ค่อยได้ยินอะไรจากข้างนอก หน้าต่างเปิดไม่ได้ มองก็ไม่เห็น 
     
    ตัดบทและกัน ... นั่งรถจากหัวลำโพง 21.30 น. ... แต่คาดว่า รถไฟสายตามเคย (เป็นประจำของ รฟท. ไทย)
    ไปถึงอุตรดิตถ์ จากหน้าตั๋วกำหนดที่ 6.00 ของเช้าวันที่ 29 ตุลาคม ช้าไปร่วมชั่วโมง ถึงเกือบๆ  7.00 โมง
     
    ไปถึงก็ตรงไปบ้านตา-ยาย ซึ่ง ตอนนี้เหลือคนอยู่ที่นั่นไม่กี่คน ส่วนใหญ่ ไปมีครอบครัวแยกอยู่ตามจังหวัดต่างๆ ซะเยอะ หรือไม่ก็ย้ายไปอยู่อีกที่ในตัว อ.เมืองนี่แหละ
     
    เข้าไปก็เยี่ยมตา ป้า และหมาตัวน้อย เจ้าไฟเบอร์ และอีกสองตัว (ลืมถามชื่อมันน่ะ 555+)
    ว่าแล้วก็นอนครับ ทุกที มาถึงก็นอนเอาแรง เที่ยงๆ ถึงพาน้องๆ ไปห้างที่
    ใหญ่ที่สุดในจ. อุตรดิตถ์
    "ห้าง Friday" น่ะเอง
    ความใหญ่ก็นะ ประมาณcenter one ตรงอนุสาวรีย์ชัยฯน่ะ -_-'
    ก็พาเดินเล่น นัดเพราะนัดน้อง ลูกของน้าเอาไว้ ว่าจะพาไปโลตัส ประจำจังหวัด
    ที่ต่างจังหวัด ใครไม่มีรถ นี่ถือว่าซวยมาก เพราะว่า รถประจำทาง หาไม่ได้ง่ายๆ เหมือน กทม.
    จะไปไหนทีต้องโทรตามสารถี มาขับไปให้....
    บ่ายก็โลตัส ถัดจากห้างเดิมไปหน่อย งานนี้ ถลุงเงินครับ .... ของไม่กี่ชิ้น แต่ล่อไปเกือบพัน
    ก็มันมีชุดสังฆทาน นี่น่า ปีนี้ อยากจะมีส่วนร่วมในการทำบุญ เพราะไหนๆ เราก็มีเงินเดือนแล้ว
    และก็ซื้อของเลี้ยงน้องไปในตัวด้วย
    วันนี้ก็หมดไปกับการเดินช้อปปิ้ง ... แล้วก็กลับไปบ้านตา-ยาย ตามเดิม
    ตอนไปเจอน้า ที่ร้านขายไก่ย่าง ห้าดาว (น้าคนนี้มาเปิดกิจการไก่ย่างห้าดาวซะแล้น)
    ก็บอกว่าเด๋วเย็นนี้กินอะไรกันดี.. เด๋วป๋มเลี้ยงเอ๊งงง (หน้าใหญ่จริงฉัน)
    สรุป กันที่ ...หมูกระทะโลดด (เวง มาซะไกล เพื่อกินหมูกระทะ กรุงเทพมีเต็มเลย -_-')
    เลยขนมากันหมด กว่าสิบชีวิต
     
    แต่พอจ่ายตังค์ เรื่องไม่คาดฝันก็เกิดขึ้น.....
    ป้า เค้าบ่นหนาววว... มาตั้งแต่ตอนกินได้สักชึ่วโมง พอจะเช็คบิลกลับ
    เค้าก็สั่น บอกว่าไม่ไหวแล้ววว ทุกคนลงความเห็นว่า ท่าไม่ดี ต้องไปโรงพยาบาลด่วน เจ้าตัวก็ไม่ยอมไปซะนี่
     
    เลยต้องบังคับให้ไป....แฟนของน้า คนนึงเป็นตำรวจ เค้า ก็พาขับซิ่งมาก แหกไฟแดงไปหลายแยกเลย เพราะกลัวอาการแกหนัก เลยรีบเข้า รพ.ประจำจังหวัด
     
    ก็ฉุกละหุกกันพอสมควร ไอ้เราก็โทรบอกคนนู้น คนนี้ รวมไปถึง นอ้ง และเพื่อนที่สนิท ก็โทรบอกว่าตอนนี้เราอยู่ไหน
     
    พอหมอเช็คอาการเสร็จ ก็ย้ายไปห้องอายุรกรรม แต่ด้วยความที่ว่าเกิดเหตุการณ์ ที่ไม่คาดฝันเกิดขึ้นอีกอย่างหนึ่ง
    ทำให้คลาดกันกับกลุ่มญาติ ไม่รู้เลยว่าเค้าย้ายตึกแล้ว
     
    เหตุการณ์ที่ว่านั้น ก็คือ พี่ที่ออฟฟิศโทรมาบอกว่า server มีปัญหา .. เอาแล้วสิตู จะหาเน็ตที่ไหน เพื่อ remote เข้าไปแก้ ทางนี้ก็ยุ่งๆ กันอยู่ .... สรุปก็ต้องแก้ปัญหาทั้งที่ๆตัวเองอยู่ และ ก็ทาง กทม. ด้วย พร้อมๆกัน
    แต่สัญญาณ โทรศัพท์ hutch ที่นั่นไม่ค่อยจะมี บางทีหาไม่เจอก็ต้องอาศัย Roaming เข้าช่วย....
     
    ป้าก็อาการยังไม่ดี แถมแกต้องเป็นคนทำกับข้าว ตอนเช้า ด้วย
    ซวยเลย แล้วพรุ่งนี้ใส่บาตรทำไง
    ก็เลยต้องวางแฝนกันใหม่ว่าใครทำอะไรบ้างง
     
    สรุปคือ น้าอีกคนเป็นคนทำ ช่วยกับน้าอีกคนหนึ่ง
    ไอ้เราก็กลับไปช่วยปอกผลไม้ แล้วก็นั่งซัดเบียร์กับน้อง แก้ หนาว (จริงๆ มันยังไม่หนาวหรอก หาเรื่องไปงั้น)
     
    สรุปแทบไมได้นอน
    น้องสาวก็ อาสา เฝ้าไข้ที่โรงพยาบาล
     
    ตอนเช้า ฝนก็ตก.... นิมนต์พระมา ท่านก็เปียกมาเลย
     
    ก็เลยนิมนต์เพื่อใส่บาตรกันในบ้าน
     
    แบบว่าทุลักทุเล.... สุดฤทธิ์ แต่ก็ผ่านไปได้ด้วยดี
     
    วันที่สองนี่ไม่มีอะไร ช่วงบ่าย ก็อยู่แต่บ้านน่ะแหละ จนกระทั่งเย็นๆ ก็ออกไปหาซื้อของฝากเตรียมกลับ 
     
    ขากลับก็นั่งรถทัวร์ รถออกสองทุ่มครึ่ง ถึงหมอชิต ราวๆ ตีสาม
     
    มีเรื่องหงุดหงิดให้เกิดอีกจนได้ แต่ขี้เกียจเล่า ....
    เอาเป็นว่า กลับมาถึงบ้านแม่ก็ตี 4  อยู่สักพัก คิดว่ากลับมาออฟฟิศดีกว่า
    ก็มาถึง แล้วก็อาบน้ำ และนั่งเขียน spaces อย่างที่เห็นๆ อยู่นี่ละ
     
    ส่วนรูปภาพ มีแต่ถ่ายตอนอยู่บนรถไฟ กะรถทัวร์ ใช้มือถือถ่าย เพราะไมได้เอากล้องไป
     
    คราวหน้า คิดว่าจะไปเที่ยวบ้าง แต่อยากไปเชียงใหม่ เชียงราย ลำปาง ใครอยู่จังหวัดนั้น เตรียมแนะนำสถานที่เที่ยวด้วยเด้อ
    วันนี้เช้าละ เตรียมเคลียร์งานต่อดีกว่า
     
    แล้วจะมาอัพเดทข่าว กะคุณชานนท์ กันต่อไป
    0..จบข่าว...0